สิทธิผู้บริโภค 5 ประการ มีอะไรบ้าง และใช้ตอนไหนได้จริง

·
ใบเสร็จ ใบรับประกัน ปากกาและแว่นตาวางบนโต๊ะทำงานโทนน้ำเงินเทา

ซื้อของแล้วใช้ไม่ได้ พนักงานบอกว่า “ไม่รับคืนทุกกรณี” — ประโยคนี้ไม่ได้ทำให้สิทธิของคุณหายไป เพราะสิทธิผู้บริโภค 5 ประการมาจากกฎหมาย ไม่ได้มาจากป้ายหน้าร้าน

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 4 เขียนสิทธิพื้นฐานไว้ 5 ข้อ ทุกข้อใช้ได้กับการซื้อของทั้งหน้าร้านและออนไลน์

สิทธิผู้บริโภค 5 ประการ มีอะไรบ้าง

สรุปให้อ่านจบใน 30 วินาที แล้วค่อยดูว่าแต่ละข้อใช้ตอนไหน

  1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารและคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องเพียงพอ — รู้ว่ากำลังซื้ออะไร
  2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ — ไม่ถูกบังคับให้ซื้อพ่วง
  3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ — ของที่ขายต้องไม่เป็นอันตราย
  4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา — ข้อสัญญาที่เอาเปรียบเกินไปใช้บังคับไม่ได้
  5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย — ร้องเรียนได้ และเรียกค่าเสียหายได้

ข้อ 1 รู้ว่ากำลังซื้ออะไร

ผู้ขายต้องให้ข้อมูลที่ตรงกับของจริง ทั้งส่วนประกอบ ขนาด ปริมาณ วิธีใช้ และเงื่อนไขที่มีผลกับการตัดสินใจ

จุดที่มักมีปัญหาคือรูปในโฆษณากับของจริงคนละเรื่อง หรือระบุขนาดไว้อย่างหนึ่งแล้วส่งมาอีกอย่าง

เก็บหลักฐานตั้งแต่ก่อนจ่ายเงิน แคปหน้าจอสินค้าพร้อมราคาและคำบรรยาย ไม่ใช่แคปหลังจากมีปัญหาแล้ว เพราะร้านแก้คำบรรยายทีหลังได้

กล่องสินค้าสองกล่องวางเทียบกันบนโต๊ะ พร้อมสมุดจดและปากกา
เทียบคำบรรยายกับของจริงก่อนจ่าย ไม่ใช่หลังแกะกล่อง

ข้อ 2 เลือกได้เอง ไม่ถูกบังคับพ่วง

เงื่อนไขแบบ “ซื้อชิ้นนี้ต้องซื้ออีกชิ้นด้วย” หรือ “ต้องสมัครสมาชิกก่อนถึงจะได้ราคานี้” ต้องบอกให้ชัดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาบอกตอนจ่ายเงิน

ถ้าเจอการบวกค่าบริการที่ไม่เคยแจ้งมาก่อนตอนสรุปยอด นั่นคือจุดที่ควรถามให้ชัดก่อนกดจ่าย

ข้อ 3 ของที่ขายต้องไม่เป็นอันตราย

ข้อนี้ครอบตั้งแต่อาหาร เครื่องสำอาง ของเล่นเด็ก ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า

ถ้าใช้แล้วบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย ให้ถ่ายรูปสภาพของทันที เก็บตัวสินค้าไว้ อย่าทิ้ง และถ้าไปพบแพทย์ให้ขอใบรับรองแพทย์ไว้ด้วย

ของชิ้นนั้นคือหลักฐานสำคัญที่สุด การทิ้งไปแล้วค่อยมาร้องเรียนทำให้เรื่องยากขึ้นมาก

ข้อ 4 สัญญาที่เอาเปรียบเกินไป ใช้บังคับไม่ได้

หลายคนเข้าใจว่าเซ็นไปแล้วต้องยอมทุกอย่าง ความจริงคือข้อสัญญาที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบเกินสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้มีผลเท่าที่เป็นธรรมได้

ป้าย “ไม่รับคืนทุกกรณี” จึงไม่ได้ตัดสิทธิเรียกร้องเมื่อของชำรุดหรือไม่ตรงกับที่โฆษณาไว้

เรื่องสัญญาเช่าที่มีรายละเอียดเยอะกว่านี้ อ่านต่อได้ที่ สัญญาเช่าบ้านและคอนโด ต้องดูอะไรก่อนเซ็น

ข้อ 5 ร้องเรียนได้และเรียกค่าเสียหายได้

ลำดับที่ใช้ได้จริงคือคุยกับร้านก่อน ถ้าไม่จบค่อยขยับไปหน่วยงาน

  • คุยกับผู้ขายเป็นลายลักษณ์อักษร — แชตหรืออีเมล ไม่ใช่โทรอย่างเดียว เพราะต้องใช้เป็นหลักฐาน
  • ร้องเรียนต่อ สคบ. ผ่านสายด่วน 1166 หรือช่องทางออนไลน์ของสำนักงาน
  • ถ้าซื้อผ่านแพลตฟอร์ม ใช้ระบบพิพาทของแพลตฟอร์มควบคู่ไปด้วย เพราะมักเร็วกว่า
  • ฟ้องคดีผู้บริโภค เป็นทางสุดท้าย ออกแบบมาให้ยื่นเองได้ และได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมตอนยื่นฟ้องตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 2551 มาตรา 18 แต่ถ้าแพ้คดี ศาลสั่งให้รับผิดค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นที่สุดได้

สิทธิ 5 ประการของไทย ต่างจากสิทธิผู้บริโภคสากล 8 ประการอย่างไร

สองชุดนี้คนละที่มา และเป็นเหตุที่ค้นแล้วเจอทั้งเลข 5 และเลข 8 จนสับสน

5 ประการ คือสิทธิที่เขียนไว้ในกฎหมายไทย ใช้อ้างอิงตอนร้องเรียนได้โดยตรง

8 ประการ เป็นหลักสากลที่องค์กรผู้บริโภคระหว่างประเทศใช้ กว้างกว่าและรวมเรื่องอย่างสิทธิที่จะได้รับการศึกษาด้านผู้บริโภคและสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีเข้าไปด้วย

เวลายื่นเรื่องกับหน่วยงานไทย ให้อ้างชุด 5 ประการ เพราะเป็นชุดที่มีกฎหมายรองรับตรง ๆ

เตรียมหลักฐานให้ครบก่อนร้องเรียน

เรื่องที่จบเร็วกับเรื่องที่ยืดเยื้อ ต่างกันที่ความครบของหลักฐานตั้งแต่วันแรก

  • หลักฐานการจ่ายเงิน สลิปหรือรายการเดินบัญชี
  • หน้าสินค้าและคำโฆษณาตอนที่ตัดสินใจซื้อ
  • แชตกับผู้ขายทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนซื้อจนถึงตอนมีปัญหา
  • รูปหรือคลิปสภาพสินค้าตอนแกะกล่อง ถ่ายก่อนแกะได้ยิ่งดี
  • ชื่อร้าน เลขคำสั่งซื้อ และวันเวลาที่เกิดเรื่อง

กรณีที่พบบ่อยอย่างเก็บเงินปลายทางแล้วได้ของไม่ตรง อ่านวิธีรับมือเฉพาะเรื่องได้ที่ เก็บเงินปลายทางแล้วได้ของไม่ตรง ทำอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

ป้าย “ไม่รับเปลี่ยนไม่รับคืน” มีผลไหม
มีผลกับกรณีเปลี่ยนใจ แต่ไม่ตัดสิทธิเมื่อของชำรุดหรือไม่ตรงกับที่โฆษณา

ซื้อของมือสองจากบุคคลทั่วไป ใช้สิทธิเหล่านี้ได้ไหม
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเน้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ การซื้อขายระหว่างบุคคลทั่วไปใช้หลักกฎหมายแพ่งเรื่องซื้อขายแทน

ไม่มีใบเสร็จ ร้องเรียนได้ไหม
ได้ ถ้ามีหลักฐานอื่นที่ยืนยันการซื้อ เช่น สลิปโอนเงิน แชตยืนยันคำสั่งซื้อ หรือรายการเดินบัญชี

ร้องเรียนแล้วต้องรอนานไหม
ขึ้นกับความซับซ้อนของเรื่องและความครบของเอกสาร การส่งหลักฐานครบตั้งแต่ครั้งแรกช่วยได้มากที่สุด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภค ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากเรื่องมีมูลค่าสูงหรือซับซ้อน ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง

← กลับหน้าแรก