การขอสำเนาบัตรประชาชนกลายเป็นเรื่องปกติจนหลายคนให้ไปโดยไม่ได้คิด แต่สำเนาบัตรหนึ่งใบมีข้อมูลมากพอที่จะนำไปใช้แอบอ้างได้ ทั้งเลขบัตร ชื่อ นามสกุล วันเกิด ที่อยู่ และรูปถ่าย
หลักที่ใช้ตัดสิน
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลวางหลักไว้ว่า การเก็บและใช้ข้อมูลต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ และต้องเก็บเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้
แปลเป็นภาษาที่ใช้ได้จริงคือ ให้ถามตัวเองสองคำถาม
- เขาต้องใช้ข้อมูลนี้ทำอะไร และเหตุผลนั้นฟังขึ้นไหม
- จำเป็นต้องใช้ทั้งใบไหม หรือแค่บางส่วนก็พอ
กรณีที่มักสมเหตุสมผล
- เปิดบัญชีธนาคารหรือทำธุรกรรมการเงิน ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้ต้องยืนยันตัวตน
- ทำสัญญาที่มีผลผูกพัน เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้าง
- สมัครงาน สำหรับขั้นตอนการจ้างจริง
- ลงทะเบียนซิมโทรศัพท์
- ทำเรื่องกับหน่วยงานราชการ
กรณีที่ควรตั้งคำถาม
- ร้านค้าทั่วไปขอเพื่อ “สมัครสมาชิก” หรือสะสมแต้ม
- ขอเพื่อรับของแถมหรือร่วมกิจกรรมชิงโชค ซึ่งมักต้องการแค่ชื่อกับเบอร์โทร
- ขอสำเนาไว้ก่อนโดยยังไม่มีการทำสัญญาอะไร
- ขอถ่ายรูปคู่กับบัตรประชาชน ในบริการที่ไม่ใช่การยืนยันตัวตนทางการเงิน
- ขอผ่านแชทหรือช่องทางที่ไม่มีความปลอดภัย
คุณมีสิทธิถามว่าเอาไปทำอะไรและเก็บไว้นานแค่ไหน และมีสิทธิปฏิเสธถ้าเหตุผลไม่สมเหตุสมผล ผลที่ตามมาอาจคือไม่ได้รับบริการนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักเอง
ถ้าต้องให้ ให้ปลอดภัยที่สุด
ขีดคร่อมและเขียนกำกับทุกครั้ง เขียนทับบนสำเนาโดยให้เส้นผ่านตัวข้อมูลแต่ยังอ่านออก ระบุสามอย่าง
- ใช้เพื่ออะไร เช่น “ใช้สำหรับทำสัญญาเช่าห้องพักเลขที่ … เท่านั้น”
- ให้กับใคร ระบุชื่อบุคคลหรือบริษัท
- วันที่ที่ให้
แล้วเซ็นชื่อกำกับทับข้อความนั้น
ปิดข้อมูลที่ไม่จำเป็น เช่น ถ้าเขาต้องการแค่ยืนยันชื่อและเลขบัตร ข้อมูลศาสนาที่อยู่ด้านหลังบัตรอาจไม่จำเป็น ให้ปิดส่วนนั้นก่อนถ่าย
อย่าส่งเป็นไฟล์ภาพผ่านแชททั่วไปถ้าเลี่ยงได้ เพราะไฟล์จะค้างอยู่ในเครื่องปลายทางและในระบบของผู้ให้บริการ ถ้าจำเป็นต้องส่ง ให้ขีดคร่อมก่อนถ่ายเสมอ
เก็บบันทึกว่าให้ใครไปบ้าง
จดไว้ว่าให้สำเนาบัตรกับใคร เมื่อไร เพื่ออะไร เพราะถ้าวันหนึ่งพบว่ามีคนนำข้อมูลไปใช้ คุณจะพอไล่ย้อนได้ว่าน่าจะรั่วจากทางไหน
สิทธิที่ใช้ได้ภายหลัง
ถ้าองค์กรไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลของคุณต่อแล้ว คุณสามารถ
- ขอให้ลบข้อมูล เมื่อวัตถุประสงค์ที่เก็บสิ้นสุดแล้ว
- ขอเข้าถึงข้อมูล เพื่อดูว่าเขาเก็บอะไรไว้บ้าง
- คัดค้านการใช้ข้อมูล เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ได้แจ้งไว้แต่แรก
ยกเว้นกรณีที่มีกฎหมายอื่นกำหนดให้ต้องเก็บไว้ตามระยะเวลาหนึ่ง เช่น เอกสารทางบัญชีและภาษี
รายละเอียดสิทธิทั้งหมดอยู่ในPDPA เบื้องต้น สิทธิของเจ้าของข้อมูลมีอะไรบ้าง
ถ้ารู้ว่าสำเนาบัตรถูกนำไปใช้ผิด
ให้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานทันที และร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งเฝ้าระวังบัญชีธนาคารและตรวจสอบว่ามีการเปิดบัญชีหรือสมัครสินเชื่อในชื่อคุณหรือไม่
ขั้นตอนรับมือเมื่อข้อมูลรั่วอยู่ในข้อมูลส่วนตัวรั่ว ต้องทำอะไรบ้าง และขั้นตอนแจ้งความอยู่ในแจ้งความออนไลน์กรณีถูกโกง
กรณีที่สำเนาบัตรถูกนำไปใช้เปิดหนี้ในชื่อเรา แล้วมีคนโทรมาทวง ดูขอบเขตที่ผู้ทวงทำได้ในพรบ ทวงหนี้ ทวงได้ถึงกี่โมง และห้ามทำอะไรบ้าง
ในสัญญาเช่าและการสมัครงาน
สองกรณีนี้เป็นเรื่องที่การขอสำเนาบัตรเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ยังควรขีดคร่อมกำกับ และควรอ่านสัญญาให้ครบก่อนเซ็น จุดที่ต้องดูในสัญญาเช่าอยู่ในสัญญาเช่าบ้านและคอนโด ต้องดูอะไรก่อนเซ็น
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ หากมีข้อพิพาทควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
